ประชุมสัมมนา “ยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์” ครั้งที่ ๔ ตอน “ ทิศทางวารสารฯ ในยุคสงครามแพลตฟอร์ม”
วันเสาร์ที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๕.๓๐ น. ณ มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง
จัดโดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง
ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเนชั่นเปิดงานยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์:ทิศทางวารสารในยุคสงครามแพลตฟอร์ม
14.59
วิชาชีพต้องการอะไรจากวิชาการ??
วิชาชีพบนเวทีเสวนาสะท้อนสิ่งที่ต้องการให้อาจารย์นิเทศศาสตร์และวารสารศาสตร์สอนและผลิตนักศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งบุคลากรที่วิชาชีพต้องการ มีดังนี้
- ต้องการคนทำงานที่ทำได้หลายอย่าง เข้าใจสิ่งที่ทำได้ชัดเจน เงินเดือนก็ได้มากตามความสามารถและความหลากหลาย
- ต้องการคนทำงานที่เข้าใจเทคโนโลยีและใช้ได้ในแง่ของการทำงาน เช่น เข้าใจ social media และใช้ในการทำงานได้
- คนที่คิดคอนเทนต์ได้
14.48
จากแผนภูมิ คุณอดิศักดิ์อธิบายว่า True vision พื้นที่หัวใจคือกรุงเทพ
เคเบิล ครองพื้นที่ต่างจังหวัดในเมือง ชานเมือง
ดาวเทียมจะได้ในชนบทและรุกพื้นที่หัวเมืองของเคเบิลด้วย
ตอนนี้คอนเทนต์ของเคเบิลและดาวเทียมมีคล้ายกัน แต่ไม่ค่อยเข้าไปใน True
ในแง่ของคอนเทนต์คือเป็นสิ่งที่จะตัดสินว่าช่องไหนจะอยู่หรือไป… ตอนนี้อาจมีการเกิดขึ้นของช่องจำนวนมาก แต่ในอีก 2-3 ปี ช่องที่คอนเทนต์ไม่ตอบโจทย์คนดูก็จะหายไป
ตอนนี้เป็นช่วงที่คนทำคอนเทนต์ก็พยายามจะเปิดช่องของตัวเอง ส่วนคนที่เข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ คอนเทนต์จะมีราคาแพงมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
คนสื่อเผย ผู้บริโภคยุคใหม่เป็นคนเลือกแพลตฟอร์ม จาก”เนื้อหา” ส่วนสถาบันการศึกษามีปัญหาป้อนทักษะ ”คนทำข่าว” (ThaiPBS)
14.32
วริษฐา ภักดี บรรณาธิการผู้พิมพ์ โฆษณา หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ จ.ลำปาง
ลำปางมีนสพ.ท้องถิ่นอยู่ 10 ฉบับเป็นรายสัปดาห์ เป็นจังหวัดที่มีการแข่งขันด้านนสพ.สูง
สื่อท้องถิ่นเดินหน้า Multi-platform เช่นกัน
ธุรกิจนสพ.ท้องถิ่น จริงๆ ต้นทุนสูง แต่มีธุรกิจคู่ขนานไปด้วยก็ทำให้ธุรกิจอยู่รอด
ในช่วง 3 ปีหลังมาต้อง พนักงานที่เป็น Multi-skilled เพื่อลดต้นทุนในการจ้างคน และทำให้ธุรกิจสื่ออยู่รอด
นอกจากมีนสพ. ก็มีเว็บไซต์ และมีวิทยุของตัวเองด้วย (เปิดมา 4 ปีแล้ว) มีวิทยุบนออนไลน์ด้วย แต่วิทยุจะไม่ feed ข่าวของลานนาโพสต์ แต่เป็น entertainment จับกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นการขยายฐานของผู้รับสาร อย่างไรก็ตามในการจะก้าวสู่ส่วนของทีวีก็ยังเป็นการลงทุนสูง เรื่องเทคโนโลยีอาจพอไหว แต่ด้าน Production ยังติดขัดอยู่
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ในส่วนของสื่อท้องถิ่นยังมีปัญหาเรื่องการต่อสู้เรื่องการหั่นราคาโฆษณาก่อน เช่น สื่อท้องถิ่นเช่น วิทยุชุมชนจริงๆ แล้วมีเยอะมาก การแบ่งสัดส่วนของโฆษณาก็ต้องแข่งขันสูง แต่จากการจดใบอนุญาตวิทยุชุมชนก็จะช่วยให้การแข่งขันเรื่องราคามีระบบระเบียบมากขึ้น
ดังนั้นสื่อท้องถิ่นก็ต้องปรับตัวขยายการทำเป็น Multi-platform เช่นกัน เพื่อจะได้สามารถขายโฆษณาได้เป็น package เพิ่มโอกาสของรายได้
อนาคตของ Platform broadcast
โมเดลดิจิทัลทีวีของท้องถิ่นจะเกิดได้ง่ายกว่าระดับชาติ เพราะระดับชาติใช้เงินลงทุนสูง แต่มาช้ากว่าทีวีดาวเทียมและเคเบิล ซึ่งเดินหน้าไปเยอะแล้วและตอบสนองความต้องการของคนดูทีวีในไทยได้ค่อนข้างครบถ้วนแล้ว ดูทีวีได้ทุกที่ในประเทศไทยแล้ว
แต่จะเกิดดิจิทัลทีวีท้องถิ่นได้ง่ายกว่า ตอบโจทย์คนในท้องถิ่นได้ง่าย และการลงทุนก็ไม่สูงมาก โดยใช้ Set top box ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามกับเคเบิลท้องถิ่น แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคอนเทนต์
ประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มรายการของโครงข่าย เป็นเป็น 6 กลุ่ม โดยกำหนดว่าผู้ให้บริการต้องไปจัดเรียงช่องตามกลุ่มรายการ และต้องไม่หาผลประโยชน์จากการเรียงกลุ่ม ซึ่งมองว่า แนวทางของกสทช.มาถูกทางแต่อาจไม่สามารถบังคับใช้ได้มากเท่าไร ถ้าไม่ใช้เรื่องของเทคโนโลยีเข้าไปบังคับใช้ให้มากขึ้น
สิ่งที่คนทำคอนเทนต์ต้องการคือ การแข่งขันบนสนามที่เท่าเทียมกัน เป็นหน้าที่กสทช.ที่จะเข้ามากำกับดูแล เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถไปให้ความสำคัญกับการแข่งด้านคอนเทนต์ ก็จะได้เนื้อหาที่ดี มีคุณภาพได้
จากกราฟนี้ คุณอดิศักดิ์อธิบายว่า พวกทีวีหนวดกุ้งลดลงอย่างต่อเนื่อง Satellite เติบโตขึ้นมาก แต่เคเบิลไม่มีเปลี่ยนแปลงนัก รายใหญ่รักษาพื้นที่ได้ รายย่อยก็อาจล้มหายไป ซึ่งถ้า CTH เป็นแกนใหญ่ได้ก็จะทำให้เคเบิลรักษาพื้นที่ได้
ด้านคุณวิชิตเสริมว่า เคเบิลประมาณ 35 ราย 20 กว่าเจ้าที่เป็นรายเล็กที่อาจล้มหายไปจากธุรกิจได้ แต่เมื่อ CTH เข้ามาแล้วจะมีการเชื่อมโครงข่าย ซึ่ง Set Top Box จะสามารถส่งให้สามารถชิกทั้งหมดได้ดู ฐานคนดู 3.5 ล้านนี้ก็จะยังอยู่ ไม่หายไป แต่จะต้องทำให้เพิ่มเป็น 10 ล้าน ต้องดูว่าจะทำอย่างไร
14.07
งานเสวนาช่วงบ่ายเรื่อง “ทิศทางวารสารฯ ในยุคสงครามแพลตฟอร์ม”
วิทยากร
นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
นายวิชิต เอื้ออารีวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญเคเบิลทีวี
นางสาววริษฐา ภักดี บรรณาธิการผู้พิมพ์ โฆษณา หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ จ.ลำปาง
ดร.เสริมศิริ นิลดำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
———————————————————–
คุณอดิศักดิ์อธิบายข้อมูล Platform + ผู้ให้บริการ
ปัจจุบันมี Platform แบบบอกรับสมาชิก ดังนี้
แบบไม่บอกรับสมาชิก ดูฟรีทุกช่อง เป็นใบอนุญาตแบบโครงข่าย ได้แก่
Platform Pay Per View (ผ่าน Set Top Box) คือเป็นการ mix ระหว่างสองแบบแรก ใครอยากดูอะไรก็จ่ายเพิ่ม อย่างของ GMM Z ของแกรมมี่ก็มี 10 ช่องต้องจ่ายเงิน
ในอนาคต กสทช.บังคับให้มีการใส่รหัส ซึ่งจะไม่เป็น free to air ก็จะทำให้ระบบ Pay Per View อาจเกิด โตได้ถ้า content ดีและโดนใจคน
PSI กำลังก้าวไปสู่การเป็น technical provider ให้กับเจ้าที่ผลิตคอนเทนต์และกำลังจะเข้าสู่ธุรกิจ Pay Per View
กลุ่ม Big4 ก็กำลังทำแบบนั้น
ในอนาคตภายในสัก 3 ปี กล่องจะมีช่องส่วนที่ดูฟรี และส่วนที่ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อดู
ใบอนุญาตโครงข่าย
ดิจิทัลทีวี ระยะประมูล 2 ปี : MCOT TPBS IN TOUCH
บรอดแบรนด์: ผู้ให้บริการสามารถปรับมาให้บริการบรอดแบรนด์ได้
ในแง่ขององค์กรด้านข่าว ก็มีการเข้ามาในธุรกิจเคเบิลเพิ่มขึ้น เช่นเดลินิวส์ทีวี มติชนมาผลิตรายการข่าวให้ workpoint กรุงเทพธุรกิจทีวี คมชัดลึกทีวี นี่คือสัญญาณให้เห็นการปรับตัวสู่การเป็น Multi-platform จากเดิมแค่มีเว็บไซต์และ SMS เพิ่มจากนสพ. แต่จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจ broadcast เพิ่มขึ้น เพราะเป็นธุรกิจที่มีรายได้ก้อนใหญ่
ด้าน ดร.เสริมศิริ นิลดำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มองในมุมของการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์และวารสารศาสตร์ว่า
นักสือสารมวลชนต้องทำตั้งแต่ต้นทางจนปลายทางของคอนเทนต์ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดของผู้เรียนให้เป็นองค์รวม มองภาพการผลิตได้ทั้งกระบวนการ มีความคิดสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์บทบาทของสื่อด้วย
คุณวิชิต เอื้ออารีวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญเคเบิลทีวี บอกว่า ในอนาคตจะมีช่องทางการรับชมเพิ่มขึ้นมาก ปัญหาคือคนดูจะเข้าใจและรู้ว่าอะไรคืออะไรและเลือกอย่างไร?
ช่อง = ช่องทีวี แพลทฟอร์มคือชุดของการให้บริการหลายๆ ช่อง
การติดตั้งการให้บริการตามบ้านคือเลือกแพลทฟอร์ม ในแต่ละแพลทฟอร์มก็แข่งกันผ่านคอนเทนต์ที่แต่ละช่องมีนำเสนอ แต่ละช่องก็มีรายการของตัวเองที่ต้องหามาลง
ในแง่ของวารสารฯ
แพลตฟอร์มเกิดจากนายทุน ทุกแพลทฟอร์มเกิดขึ้นเพราะต้องการรายได้จากโฆษณา
คุณวิชิต เอื้ออารีวรกุล (เจริญเคเบิลทีวี) ผลวิจัยโชว์ช่อง 20 ช่องแรกต่อจากฟรีทีวีจะมี Rating สูง = เป็นช่องแพง มีโฆษณาเข้าเยอะ
ส่วนช่องอื่นๆ ต้องอาศัย content ที่ดี โดนใจ ทำให้คนอยากเปิดไปดูทันที ซึ่งไม่ใช่ทุกรายที่ทำได้
แพลทฟอร์มเคเบิล และดาวเทียมแข่งกัน แต่ช่องสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กี่แพลทฟอร์ม
ถ้าคนสื่อถามว่าเงินเดือนทำอาชีพด้านนี้จะอยู่ที่เท่าไร คำตอบในยุคนี้คือ คุณทำอะไรได้มากแค่ไหน เงินเดือนก็เยอะตามนั้น
โมเดลการผลิตของเคเบิลทีวีในปัจจุบันคือหาเงินได้เท่าไร ก็ต้องบีบต้นทุน และต้องการคนทำงานที่ทำได้หลายอย่าง ดังนั้น การสอนนิเทศก็ต้องสอนให้นศ.ทำได้หลายอย่างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของช่องและแพลทฟอร์มที่หลากหลายได้
12.12
จากช่วงตอบคำถาม
วิชัย ทองแตงเล่าย้อนการประมูล Premier League
การเข้ามาเชื่อม network ที่ในตอนแรกยังไม่มีปริมาณมากเท่าไร เพราะยังไม่เชื่อใจนัก ในการประมูล Premier League ก็ต้องตัดสินใจอย่างดี แต่มั่นใจว่า ถ้าประมูลได้ เคเบิลท้องถิ่นจะมองเห็นความชัดเจนในอนาคตจะทำให้
1. เคเบิลท้องถิ่นจะเข้ามาร่วมใน network เชื่อมเป็นเครือข่ายเดียวกันมากขึ้น
2. เคเบิลท้องถิ่นจะก้าวมายืนแถวหน้าได้
ประเด็นคู่แข่ง และ โมเดลธุรกิจ
นอกจากนี้ คุณวิชัย มองว่า ต้องพยายามหาโมเดลธุรกิจที่สามารถเดินไปด้วยกันได้ สร้างพันธมิตรให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่ว่าจะแข่งขันกันจะตายกันไปข้าง ต้องอยู่บนพื้นฐานของการแข่งขันอย่างเป็นธรรม แต่ละ Player ในธุรกิจนี้มีฐานสมาชิกของแต่ละรายอยู่ แต่ธุรกิจก็มีขึ้นมีลง เปลี่ยนแปลงได้ ตอนนี้ก็ต้องใช้ความสามารถทางธุรกิจมาเป็นตัวเสริม
สร้างความมั่นใจกับ 20% ของธุรกิจเคเบิลที่ยังไม่ได้เข้ามาร่วมกับ CTH
วันนี้โมเดลที่พวกเราได้ร่วมกันวางไว้ตั้งแต่กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว โมเดลนั้นยังคงอยู่และสืบเนื่องมาจนถึงวันนี้ ความคืบหน้าทำไปได้แล้ว 90% ไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป พิสูจน์ได้ด้วยผลงานที่เห็นแล้วว่าโครงข่ายเสร็จแล้ว 99% แพลทฟอร์มจะเสร็จภายใน 2 เดือนนี้ คอนเทนต์ที่เป็นแม่เหล็กก็สร้างพันธมิตรรวมไว้ในมือแล้วจำนวนมาก ตอนนี้ใช้เงินไปแล้วกว่า หมื่น 5 พันล้าน ทั้งหมดเดินมาได้ด้วยความเห็นชอบของผู้ประกอบการธุรกิจเคเบิลที่เป็นภาคีกัน
ขอให้เชื่อมั่นในโมเดลนี้เพราะเป็นไปตามความจำเป็นที่ต้องเดินไป
กรณีโฆษณาแฝงมีแนวทางจัดการอย่างไร?
โฆษณาแฝงจำเป็นต้องมีเพราะให้เวลาโฆษณาเคเบิลน้อย แต่ต้องหาทางจัดการกับโฆษณา “ที่เกินจริง” หรือ “ไม่เป็นจริง”
11.37
บรรยายพิเศษ “ CTH ผู้พลิกโฉมธุรกิจเคเบิลไทย?” โดย นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือซีทีเอช
ผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นมีอยู่ทั่วทุกจังหวัด เป็นการกระจายและเติบโตของเคเบิลท้องถิ่นยังไม่แข็งแรง พอผมเข้ามาผมก็มองหาจุดแข็งของเคเบิลในประเทศบ้าง พบว่า ฐานสมาชิกมีรวม 3 ล้าน 5 แสนครัวเรือน แล้วจะทำอย่างไรให้เข้มแข็ง? ก็คือสร้างเครือข่ายให้เป็น Network เดียวกันทั่วทั่งประเทศ เพื่อให้เกิดการครอบคลุมให้มากที่สุด และเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง
การทำธุรกิจเคเบิลทีวีต้อง “คม ชัด ลึก” และนี่คือสิ่งที่ CTH ต้องการทำในการลงทุนสร้างความเข้มแข็งให้กับเคเบิลท้องถิ่น
วิชัย ทองแตง CTH : วิธีทำให้เคเบิลท้องถิ่นแข็งแรงจะใช้ยุทธศาสตร์’แห้วหมู’เชื่อมโครงข่ายเข้าด้วยกัน’ยอมรับว่างานนี้ยากที่สุด’ #ThaiJR
— adisak limparungpata (@adisaklive) January 19, 2013
Platform ที่แตกต่าง จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ก็คือมีคนเข้ามาใน platform เยอะๆ มีความแตกต่าง มี content ที่หลากหลาย
การสร้างแพลทฟอร์มที่เข้มแข็งก็คือการไหลเข้ามาของโฆษณา
ไม่ว่า content จะมีมูลค่าแค่ไหน แต่สิ่งที่ต้องพัฒนาให้ดีคือการ “สร้าง content ท้องถิ่น” การรักษาความเป็นท้องถิ่น Thainess ของเราจะต้องยังคงอยู่ผ่านเคเบิลท้องถิ่น
การทำงานต้องเป็นรูปแบบคอนเวอร์เจ้นท์ พอ CTH สร้างเป็น Network การจะเติบความรู้ให้กับชาวบ้านได้ ก็ต้องเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่เข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับคนทั่วประเทศ ดังนั้น จะเดินหน้าการเชื่อมอินเตอร์เน็ตทุกครัวเรือนที่มีความต้องการ โดยใช้เครือข่ายเน็ตเวิร์คที่มีอยู่ จะทำให้เกิดขึ้นได้ภายในปีหน้า
ฝากคณะนิเทศศาสตร์ในการปลูกฝั่งให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ถึงกรรมวิธีที่ถูกต้อง เรียนรู้บทบาทและหน้าที่ที่ถูกต้อง เพราะเมื่อมีโครงข่ายของแพลตฟอร์มสำเร็จ คนที่ต้องทำงานในกิจกรรมในการสร้างเนื้อหาที่มีมาตรฐานจำนวนมาก
ทั้งนี้ คุณวิชัย ทองแตงมองภาพอนาคตของวงการสื่อในอนาคตว่า
ความต้องการของ agency / บริษัทผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างการรับรู้กับคนให้มากที่สุด จะผลักดันให้การแข่งขันบนแพลทฟอร์มต่างๆ ของสื่อรุนแรงมากยิ่งขึ้น ใครที่มีศักยภาพก็ต้องรีบเดินหน้า แต่จุดยืน CTH จะเดินหน้าแข็งขันด้วยมาตรฐานคุณภาพ
ในด้านของมุมมองของการปรับตัวของสื่อในภาวะสงครามแพลทฟอร์ม คุณวิชัยมองว่า:
การพัฒนาสื่อให้เข้มแข็งต้องสามารถระดมทุนได้ในตลาดทุน ใครทำได้มากก็จะได้เปรียบ ธุรกิจ broadcast บ้านเรามีมูลค่าการลงทุนสูง ซึ่งจะนำมาเติมความเข้มแข็งขององค์กรสื่อได้ และยิ่งเปิด AEC ก็จะมีการเข้าถึงคนได้จำนวนเพิ่มมากขึ้น องค์กรสื่อต้องลงทุนเพิ่ม
สุดท้ายย้ำว่า สื่อ CTH ตราบใดที่มีวิชัย ทองแตงอยู่จะไม่อยู่ภายใต้การเมืองเด็ดขาด แพลทฟอร์มนี้เป็นพื้นที่ของทุกคน ทุกกลุ่มที่จะนำเสนอคอนเทนต์
10.03
บรรยายพิเศษ “สงครามแพลตฟอร์ม” โดย คุณเทพชัย หย่อง
10 กว่าปีที่แล้วพยายามผลักดันในมีช่องทางของข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มมากขึ้น แต่ตอนนี้ไม่มีใครพูดถึงการปฏิรูปคลื่นความถี่นั้นแล้ว แต่พูดถึงแพลตฟอร์ม และการทำธุรกิจ
สงครามข่าวที่เมืองนอกมีเวทีมีเวทีพูดถึงอนาคตของสื่อมวลชนตลอดเพราะทุกประเทศต่างเผชิญความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงของสื่อที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก
เรื่องของแพลตฟอร์ม ยังขาดการพูดคุยกันว่า การปฏิรูปเรื่องแพลตฟอร์มจะทำให้เกิดเนื้อหาสาระอะไร
โทรทัศน์ 48 ช่องที่จะเพิ่มขึั้น: บริการชุมชน 12 ช่อง บริการสาธารณะ 12 ช่อง ช่องบริการธุรกิจในหมวดรายการเด็กและเยาวชน 5 ช่อง ข่าวสารสาระ 5 ช่อง ช่องทั่วไป 10 ช่อง —> การรับข่าวสารจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
ดาวเทียม 200 ช่อง เคเบิ้ล 200 ช่อง .. ตัวเลือกของช่องในการรับชมเนื้อหาข้อมูลข่าวสารเพิ่มมากขึ้น
การเพิ่มขึ้นของช่องทางเหล่านี้ ทำให้คนเรียนนิเทศศาสตร์มีงานทำแน่นอน ตลาดแรงงานด้านนี้จะมีความต้องการบุคคลากรเพิ่มมากขึ้น
แล้วบทบาทของวิชาชีพวิชาการจะอยู่ตรงไหนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้?
ไม่ควรมองเป็นแค่การขยายช่องทางไปถึงคน แต่ควรเป็นเครื่องมือในการสร้างความฉลาดให้สังคม กระตุ้นให้คนมีส่วนร่วมกับประเด็นของสังคมมากขึ้น มากกว่าแค่การมองในเรื่องโอกาสทางธุรกิจ
ตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของสังคม
ในยุคพฤษภา..ช่วงนั้นสื่อที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมคือ หนังสือพิมพ์
การชุมนุมในปี 2553 / เหตุการณ์น้ำท่วม / ล่าสุดปรากฎการณ์เหนือเมฆ บทบาทของหนังสือพิมพ์มีน้อยลง ทีวียังมีอิทธิพลบ้าง แต่ Social Media ทำให้คนมีความรู้สึกร่วม ระดมการมีส่วนร่วมได้มากกว่าคือ Social Media
การรายงานข่าว 5W1H ไม่เพียงพอแล้ว Gatekeeper ไม่ใช่นสพ./สื่ออาชีพอย่างเดียวแล้ว แต่เป็นชาวบ้าน คนธรรมดาที่รู้เรื่องนั้นเป็นคนจุดกระแส ซึ่งต้องมาคิดว่า ทิศทางในการเรียนการสอนนิเทศศาสตร์จะเป็นไปอย่างไร
นักสื่อสารมวลชนในอนาคต
- มีทักษะที่หลากหลายและรอบด้านในการผลิตสื่อ ตามสนองทุกแพลตฟอร์มได้
- เข้าใจอารมณ์ และความสนใจของสังคม เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ และต้องมีหน้าที่บอกเขาในเรื่องที่เขาควรสนใจ และควรเข้าใจด้วย
- มีส่วนร่วมและใช้ประโยชน์จาก social media
- ความรอบรู้และความเข้าใจในประเด็นสำคัญและเรื่องที่มีความหมายต่อสังคม เชื่อมโยงประเด็นต่างๆ ให้สะท้อนมิติทางสังคมได้
- ความสามารถในการสื่อสารและอธิบายความ
- มุมมองที่กว้างมากขึ้นในระดับภูมิภาคและระดับสากล
- การเรียนรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่เสริมให้การทำงานมีคุณภาพมากขึ้น
นี่คือการบอกสิ่งทีเขาควรรู้และทำให้เขาต้องการทีส่วนร่วมในกระขับเคลื่อนสังคม
การทำงานต้องมีลักษณะของการคอนเวอร์เจ้นท์คือ นักข่าวมีทักษะที่หลากหลายมากขึ้น (Multi-skilled) และทำงานร่วมกันในองค์กรเพื่อตอบสนองการนำเสนอข้อมูลผ่านทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งจะทำให้การทำ 1 ข่าวจะไปถึงคนที่หลากหลายได้มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นแพลทฟอร์มใดก็ตาม การคงความหมายบทบาทของสื่อมวลชนคือ “จริยธรรม”
สิ่งเดียวที่ทำให้สื่อกระแสหลักต่างจากสื่ออื่นๆ คือ “จริยธรรม” ในการทำหน้าที่: ความเที่ยงตรง ความถูกต้อง การตรวจสอบข้อเท็จจริง จะทำให้บทบาทของสื่อกระแสหลักยังคงความน่าเชื่อถือและคนในสังคมจะยังสนใจอยู่
นอกจากนั้นเราก็ควรมีสื่อชุมชนเพิ่มมากขึ้นเพื่อนำเสนอเรื่องของชุมชนเพื่อความเข้าใจในชุมชนนั้น
การเพิ่มช่องของกสทช. การปฏิรูปคลื่นความถี่ ยังไม่เห็นว่าจะมีหลักการในการผลักดันสังคมให้ดีขึ้นอย่างไร ควรเน้นเรื่องนี้ให้ชัดเจน
สุดท้ายคุณเทพชัยฝากไว้ว่า
“สงครามแพลทฟอร์มที่จะมีความเข้มข้นมากขึ้นนั้นจะทำให้สื่อสารมวลชนในเมืองไทยถูกยกระดับขึ้น สังคมฉลาดขึ้น และคนมีส่วนร่วมในการผลักดันสังคม”
09.11
ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดีม.เนชั่น
ในภาคการศึกษาด้านนิเทศก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้การเรียนการสอนตอบโจทย์การมีแพลทฟอร์มในการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นและเป็นการสื่อสารแบบ Multi-platform



















